รีไฟแนนซ์บ้าน...ควรทำเมื่อไหร่ดี Refinance

04 Jul 2018

Refinance1

รีไฟแนนซ์บ้าน ควรเมื่อไหร่ดี

หลายท่านที่ซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย หลังจากผ่อนค่างวดไปสักระยะหนึ่งแล้วหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำ เราจะต้องแบกรับภาระค่าดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งปกติอัตราดอกเบี้ยจะเป็นแบบลอยตัว MLR หรือ MRR ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารกำหนด การรีไฟแนนซ์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยประหยัดค่าดอกเบี้ย แล้วการรีไฟแนนซ์มีวิธีการยังไงบ้างไปดูข้อมูลที่เรานำมาฝากกันค่ะ

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร

รีไฟแนนซ์บ้าน คือ การกู้ยืมสินเชื่อก้อนใหม่จากธนาคารที่เราเป็นหนี้ผ่อนชำระอยู่เดิม หรือจะทำเรื่องกู้เงินจากธนาคารใหม่มาโปะหนี้ธนาคารเดิม ซึ่งการรีไฟแนนซ์นี้สามารถใช้ได้กับการผ่อนบ้าน คอนโด หรือรถ เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วเราจะรีไฟแนนซ์บ้านได้ หลังจากผ่อนมาครบ 3 ปี หรือเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญากู้ธนาคารเดิมที่ระบุไว้ เช่น บางธนาคารอาจจะมีการระบุไว้ว่าห้ามรีไฟแนนซ์ก่อนครบ 3 ปี บางธนาคารอาจระบุไว้ 5 ปี หรือ 7 ปี เป็นต้น

รีไฟแนนซ์บ้านเพื่ออะไร

ประเด็นหลักของการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อช่วยให้ผ่อนค่างวดได้น้อยลง สรุปง่ายๆ คือ “ทำเรื่องกู้ใหม่อีกรอบ” เพื่อให้ได้ค่างวดและดอกเบี้ยที่ถูกลงนั่นเอง ซึ่งการรีไฟแนนซ์นั้นจะต้องเป็นการกู้เงินที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวผู้กู้มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบอัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมสุทธิทั้งหมดกับหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมก่อนหน้านี้

Refinance2

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน

1. รีไฟแนนซ์บ้าน เอกสารสำคัญทั่วไปที่ต้องใช้มีดังนี้

    1.1 สำเนาบัตรประชาชน/ สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมฉบับจริง

    1.2 ใบรับรองเงินเดือน นำสลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับรองเงินเดือนปัจจุบัน 3 เดือนย้อนหลัง ใช้เอกสารฉบับจริง

    1.3 หากรีไฟแนนซ์บ้านแบบไถ่ถอน ให้นำใบเสร็จการผ่อนชำระย้อนหลัง 24 เดือนมาด้วย

    1.4 สำเนาบัญชีเงินฝากแสดงรายการย้อนหลัง 6 เดือน และหลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่น ๆ พร้อมฉบับจริง หรือ Statement พร้อมเซ็นต์รับรอง

    1.5 กรณีประกอบวิชาชีพเฉพาะ นำสำเนาใบประกอบวิชาชีพ หรือ ใบอนุญาตประกอบการมาด้วย

    1.6 กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว นำสำเนาทะเบียนการค้า หรือทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนห้างหุ้นส่วนฯ พร้อมยื่นหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ แนบใบเสร็จตัวจริงจากกรมสรรพากร ย้อนหลัง 6 เดือน และรูปถ่ายกิจการ จำนวน 3-4 รูป

    1.7 สำเนาโฉนดที่ดิน/นส.3ก/หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด/อช.2(2ชุด) พร้อมรับรองจาก สนง.ที่ดิน

2. รีไฟแนนซ์บ้านผ่านธนาคารใหม่มีวิธีการดังนี้

    2.1 ติดต่อขอเอกสารสรุปยอดหนี้เงินกู้กับธนาคารเก่า (อาจจะมีค่าใช้จ่าย แล้วแต่นโยบายของแต่ละธนาคาร)

    2.2 นำเอกสารสรุปยอดหนี้ที่ได้มา ไปยื่นเพื่อทำเรื่องกู้กับธนาคารแห่งใหม่ ซึ่งเราสามารถยื่นหลายๆ แห่งพร้อมกัน เพื่อเป็นทางเลือกในการพิจาณาเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร และแต่ละธนาคารจะใช้เวลาดำเนินการไม่เท่ากัน

    2.3 ทางธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินทรัพย์สินของเรา ในขั้นตอนนี้จะคล้ายกันกับตอนที่ยื่นกู้ครั้งแรก

    2.4 ถ้าทำเรื่องผ่านการอนุมัติ ให้ติดต่อไปยังธนาคารเก่าที่เป็นเจ้าหนี้เดิมของเรา สำหรับการนัดวันไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดินธนาคารเดิมจะสรุปยอดหนี้ให้อีก 1 ครั้ง พร้อมทั้งบอกชื่อผู้รับมอบอำนาจของทางธนาคารซึ่งจะไปทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน เราต้องแจ้งยอดหนี้ เป็นเงินต้นกับดอกเบี้ยจนถึงวันไถ่ถอนแก่ธนาคารแห่งใหม่ที่เราไปกู้

    2.5 ติดต่อไปยังธนาคารใหม่ นัดวันทำสัญญา+โอนทรัพย์ ที่ใช้จำนองโดยต้องเป็นวันเดียวกับที่นัดกับธนาคารเดิมไว้

    2.6 ทำเรื่องโอนที่ สำนักงานที่ดินในเขตที่ของเราตั้งอยู่ ชำระเงินและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้เรียบร้อย บางธนาคารอาจจะนำสัญญาไปให้เราเซ็นที่สำนักงานที่ดิน หรือที่สาขา ถ้ามียอดกู้สูงกว่าค่าไถ่ถอน ธนาคารใหม่จะออกเช็คให้เรา 2 ใบ จ่ายให้กับธนาคารเก่าและให้เรา เมื่อชำระค่าต่างๆ เรียบร้อยแล้ว แล้วมอบโฉนดที่ได้มาจากสำนักงานที่ดินให้กับธนาคารแห่งใหม่ที่เราทำการรีไฟแนนซ์ เป็นอันเสร็จสิ้นการกระบวนการโอน

ค่าใช้จ่ายในการ Refinance

ค่าใช้จ่ายในการ Refinance มีหลักๆ อยู่ 4 อย่าง ได้แก่

- ค่าจดจำนองกับกรมที่ดิน 1% ของวงเงิน

- ค่าประเมินราคา ประมาณ 2,000– 3,000 บาท

- ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน

- ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ แล้วแต่ธนาคารเรียกเก็บ (หลายธนาคารไม่มี)

จากข้อมูลที่เรานำมาฝากกัน การรีไฟแนนซ์บ้านไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดใช่ไหมคะ หากเราศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบและคำนวณเงื่อนไขของธนาคารอย่างรอบคอบ การรีไฟแนนซ์บ้านก็จะเป็นประโยชน์มากสำหรับเราเลยทีเดียวค่ะ

ที่มา : refinn.com, bkkcitismart.com, mthai.com

----------------------------------------

Mana Patanakarn

Designing Life's Foundation "มองรอบด้าน เพื่อชีวิต"

www.manapat.co.th

#มานะพัฒนาการ 
#Manapattanakarn 
#DesigningLifesFoundation

เพิ่มเพื่อน facebook twitter instagram youtube

บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือกซื้อ “บ้านหรือคอนโด” แบบไหนดีกว่ากัน
อ่านต่อ
"ย่านลาซาล" มีดีอย่างไร ทำไมถึงน่าสนใจ
อ่านต่อ
เทคนิคการผ่อนบ้านหรือคอนโด...ให้หมดไวทันใจ
อ่านต่อ
ฤกษ์ย้ายเข้าบ้านใหม่...เดือนกันยายน 2561
อ่านต่อ
เลือกทำเลซื้อบ้านอย่างไร...ให้โดนใจผู้อยู่อาศัย
อ่านต่อ
ฤกษ์ย้ายเข้าบ้านใหม่...เดือนสิงหาคม 2561
อ่านต่อ
ฤกษ์ย้ายเข้าบ้านใหม่...เดือนกรกฎาคม 2561
อ่านต่อ
ไม่อยากเสียค่าส่วนกลางคอนโด...ทำได้หรือไม่
อ่านต่อ
ฝนตก บ้านชื้นเกิดเชื้อรา...การกำจัดเชื้อราในบ้าน
อ่านต่อ
ฤกษ์ดีย้ายเข้าบ้านใหม่...เดือนมิถุนายน 2561
อ่านต่อ