อยากกู้สินเชื่อบ้าน...ต้องเตรียมตัวอย่างไร

09 Jan 2018

ใครอยากมีบ้าน คอนโด เป็นของตัวเองยกมือขึ้น แต่ก่อนอื่นเรามาเตรียมความพร้อมก่อนจะไปกู้สินเชื่อซื้อบ้านกับ 6 เคล็บ(ไม่) ลับที่เรานำมาฝากกันก่อนดีกว่าค่ะ

1. ประเมิณรายได้ ควรมองหาที่อยู่อาศัยในราคาที่เรามีกำลังจ่ายไหว ไม่ควรซื้อที่อยู่อาศัยในราคาที่เกินตัว โดยพิจารณาจากรายรับ รายจ่ายของแต่ละเดือน และถ้าซื้อที่พักอาศัยแล้วจะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น จะมีกำลังผ่อนได้ที่เดือนเท่าไหร่ ไม่ว่าคุณจะกู้คนเดียว หรือจะมีผู้กู้ร่วมก็ตาม

2. ศึกษารายละเอียดของแต่ละธนาคาร เงื่อนไขการกู้สินเชื่อของแต่ละธนาคารอาจจะมีข้อเสนอที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะเรื่องอัตราการคิดคำนวนดอกเบี้ย ควรพิจารณาข้อเสนอให้ตรงความต้องการของคุณมากที่สุด เพื่อวางแผนการผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือนได้อย่างไร้ปัญหา

3. เตรียมเอกสารให้พร้อม

คุณสมบัติของผู้กู้และผู้กู้ร่วม

- มีอายุครบ 20 ปีขึ้นไป

- มีอาชีพและรายได้แน่นอน

- ไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน

- เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี

เอกสารหลักฐานประกอบการกู้ (ของผู้กู้ ผู้กู้ร่วม และคู่สมรส)

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรข้าราชการ

- สำเนาทะเบียนบ้าน

- สลิปเงินเดือน (ย้อนหลัง 6 เดือน)

- สำเนารายการบัญชีเงินฝาก (Statement) และหลักฐานแสดงรายได้

- หนังสือรับรองเงินเดือน

- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)

- สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)

- สำเนาทะเบียนหย่า (ถ้ามี)

เอกสารหลักทรัพย์ค้ำประกัน

- สำเนาโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์ (กรณีซื้อห้องชุดในอาคารชุด) ที่เสนอเป็นหลักประกัน

- สำเนาสัญญาจะซื้อจะขายหลักทรัพย์ที่เสนอเป็นหลักประกัน

- สำเนาสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างและแบบแปลนอาคารที่จะปลูกสร้าง (พิมพ์เขียว) ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร

- รูปถ่ายแผนที่พอสังเขปของที่อยู่อาศัยที่จะซื้อ

4. ปรับบัญชีให้สมดุล สำหรับพนักงานประจำ ถึงแม้พนักงานประจำมีจะโอกาสอนุมัติสินเชื่อเงินกู้มากว่าผู้มีอาชีพอิสระ แต่เราก็ควรปรับรายได้ดูสวยสมดุลกันก่อนการยื่นกู้ 6 เดือน และในแต่ละเดือนควรเหลือเงินติดบัญชีอยู่บ้าง เพื่อที่ธนาคารจะได้เล็งเห็นถึงศักยภาพในการบริหารเงินของคุณ

- ผู้ที่มีอาชีพอิสระหรือเจ้าของธุรกิจ ถึงแม้จะมีโอกาสได้รับอนุมัตสินเชื่อเงินกู้ยากกว่า ก่อนยื่นกู้คุณควรทำรายการเดินเงินเข้าบัญชีต่อเนื่องทุกเดือน และทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเก็บไว้อย่างน้อย 6-12 เดือน แสดงหลักฐานการเสียภาษีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เพื่อใช้เป็นเอกสารด้านรายได้ของผู้ยื่นกู้

5. เคลียร์หนี้เก่าให้หมด พยายามปิดหนี้เก่าให้หมดเสียก่อน หรือทำให้มีการผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือนให้น้อยที่สุด และสำคัญอย่างมากคือการผ่อนชำระหนี้ตรงกำหนด เพราะธนาคารจะนำส่วนนี้มาพิจารณาว่าคุณมีวินัยสามารถผ่อนชำระหนี้ได้หรือไม่ถ้าจะอนุมัติสินเชื่อเงินกู้ให้แก่คุณ หากคุณติดเครดิตบูโรให้ไปชำระปิดหนี้สักระยะก่อนทำการยื่นกู้ เพื่อให้ชื่อลูกหนี้ถูกลบออกจากฐานข้อมูลเครดิตบูโร ก็จะมีโอกาสได้รับการอนุมัติเพิ่มขึ้น

 6. เตรียมเงินสำรอง การซื้อบ้านหรือคอนโด จะมีค่าดำเนินการอื่นๆ พ่วงตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ค่าจอง ค่าดาวน์บ้าน ค่าประเมิน ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลาง ฯ หรือหากคุณกู้เงินแล้วไม่ได้ 100% ของราคายื่นกู้ คุณจะต้องมีเงินมาจ่ายส่วนต่างตรงนี้ด้วย คุณควรมีเงินสำรองอย่างน้อยที่สุด 10% ของราคาบ้านฉะนั้นการมีเงินสำรองไว้จะช่วยให้คุณอุ่นใจไม่ต้องพะว้าพะวงหากมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเกิดขึ้น

ถ้าเราเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมความพร้อมกับภาระหนี้ก้อนใหญ่มาเป็นอย่างดี การมีบ้านสักหลังไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดใช่ไหมคะ ขอแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าของบ้านคนใหม่ล่วงหน้าด้วยค่ะ

-----------------------------------------

Mana Patanakarn

Designing Life's Foundation "มองรอบด้าน เพื่อชีวิต"

www.manapat.co.th

#มานะพัฒนาการ 
#Manapattanakarn 
#DesigningLifesFoundation

เพิ่มเพื่อน facebook twitter instagram youtube

บทความที่เกี่ยวข้อง

รีไฟแนนซ์บ้าน...ควรทำเมื่อไหร่ดี Refinance
อ่านต่อ
ฤกษ์ย้ายเข้าบ้านใหม่...เดือนกรกฎาคม 2561
อ่านต่อ
ไม่อยากเสียค่าส่วนกลางคอนโด...ทำได้หรือไม่
อ่านต่อ
ฝนตก บ้านชื้นเกิดเชื้อรา...การกำจัดเชื้อราในบ้าน
อ่านต่อ
ฤกษ์ดีย้ายเข้าบ้านใหม่...เดือนมิถุนายน 2561
อ่านต่อ
ฤกษ์ดีเหมาะกับการย้ายเข้าบ้านใหม่...เดือนพฤษภาคม 2 ...
อ่านต่อ
ทำความรู้จัก...ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ MRTA
อ่านต่อ
7 สถานที่ เล่นน้ำสงกรานต์ กรุงเทพฯ ปี 2561
อ่านต่อ
ฤกษ์ย้ายเข้าบ้านใหม่ เดือน เมษายน 2561
อ่านต่อ
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารต่างๆ
อ่านต่อ